|
|
![]() ![]() ![]() |
| สุนัขพันธุ์มาลินัวส์ (Malinois) คืออะไร มีต้นกำเนิดอย่างไร ในวารสารรายสัปดาห์ของประเทศเบลเยียมชื่อ 'Chasse et Pêche' ฉบับวันที่ 15 ธันวาคม พ. ศ. 2432 มีบทความหนึ่งระบุว่า มีสุนัขเลี้ยงแกะที่ได้รับการแบ่งประเภทไว้เพียงสองพันธุ์เท่านั้นที่เป็นที่รู้จัก คือพันธุ์คอลลี่ (Collie)และพันธุ์ โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก (Old English Sheepdog) ไม่มีหาง ในประเทศเบลเยียมนั้นเราจดจำ สุนัขเลี้ยงแกะและสุนัขเลี้ยงห่านได้ในทันทีไม่ว่าขนของมันจะเป็นอย่างไร แต่ไม่เคยมีสโมสรหรือองค์กรใด เคยให้คำอธิบายที่แน่ชัดเกี่ยวกับสายพันธุ์ของสุนัขเหล่านี้”ด้วยเหตุนี้ สโมสร Club du Chien de Berger Belge จึงถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ. ศ. 2434ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมาคม Société Saint-Hubert สโมสร Club du Chien de Berger ได้ทำการสำรวจสถานภาพความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์เบลเยียน เชพเพิร์ด (Belgian Shepherd) ทางสมาคมเริ่มทำการพัฒนาสายพันธุ์เบลเยียน เชพเพิร์ด ให้ได้มาตรฐานด้วยการคัด สุนัขที่มีต้นกำเนิดไม่ชัดเจนออกจากรายชื่อและนำแผนการผสมพันธุ์เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก มีการรวบรวมสุนัขจาก ชุมชนเมืองในกรุงบรัสเซลส์และจากจังหวัดบราบันท์ ( Brabant)โครงการนี้มีขึ้นในห้องตรวจโรคในวิทยาลัย สัตว์แพทย์ที่เคอร์เก็ม(Cureghem) เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ. ศ. 2434 โดยสุนัขที่รวบรวมมาได้ทั้งหมด 117 ตัว นั้นมีสายพันธุ์ที่หลากหลาย และมีความสูงถึงหัวไหล่ตั้งแต่ 50 ถึง 62 ซม. สีขนที่ปรากฏนั้นมีตั้งแต่สีดำ ไปจนถึงสีน้ำตาลลายๆและสีเหลืองในการประชุมสามัญประจำวันที่ 3 เมษายน พ. ศ. 2435 สโมสร Club du Chien de Berger Belge ได้กำหนดมาตรฐานสายพันธุ์ขึ้น โดยจำแนกสายพันธุ์ออกเป็นสามประเภท โดยไม่ได้แยกสีขนอย่างชัดเจน ประกอบด้วยสายพันธุ์ขนยาว สายพันธุ์ขนสั้น และสายพันธุ์ขนหยาบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ. ศ. 2439 สุนัขพันธุ์เบลเยียร เชพเพิร์ด ราว 40 ตัว ถูกนำมารวมกันและเสนอว่า เป็นตัวแทนที่ดีที่สุดของสายพันธุ์ สุนัขสองตระกูลที่แสดงคุณลักษณะเด่นของสายพันธุ์ได้ดีที่สุดคือตระกูล Picard of Nicolas Rose จาก Groenendael และตระกูลของ Poets J.-B. Jansen จาก Laeken จุดประสงค์ของส่วนนี้คือการให้คำจำกัดความของสุนัขพันธุ์เชพเพิร์ดทั้งสามสายพันธุ์ ( ขนยาว ขนสั้น และ ขนหยาบ) ต่อคณะกรรมการ เพื่อรับสุนัขพันธุ์เบลเยี่ยม เชพเพิร์ดเข้าลงบันทึก ในหนังสือสตัดบุค(Studbook)หลักเกณฑ์มาตรฐานที่เริ่มใช้กันในช่วงปี พ.ศ. 2440-2441 ได้ระบุไว้ว่าสุนัขพันธ ุ์เบลเยี่ยมเชพเพิร์ดจะต้องมีหางที่สมบูรณ์และหางจะต้องไม่ชี้ขึ้น จากการพิจารณาของคณะกรรมการ ในอนาคต สุนัขพันธ์เบลเยี่ยมเชพเพิร์ดที่ไม่มีหางจะไม่ได้รับการคัดเลือกเมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2441 งานนิทรรศการของสโมสร Schipperkes Club ถือเป็นครั้งแรกที่ สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยมเชพเพิร์ดสีดำขนยาว ปรากฏต่อสาธารณชน โดยมิได้รวมอยู่กับสุนัขพันธุ์เชพเพิร์ดขนยาวสีอื่นๆ สุนัขเหล่านี้ได้รับชื่อว่า “ เกรเนนเดล” “Groenendael”ชื่อ เกรเนเดล “Groenendael” และ มาลินัวส์ “Malinois” พึ่งได้มีการใช้ในรายชื่อ อย่างเป็นทางการประมาณ กลางช่วงปี พ.ศ.2441-2442 เป็นต้นมา ในช่วงปี พ.ศ.2443 ศาสตราจารย์ Reul คือผู้ตัดสินเพียงคนเดียวของการคัดเลือก สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยม เชพเพิร์ดเนื่องจากที่ศาสตราจารย์ Reul เป็นผู้เชื่อมั่นในเรื่องการผสมพันธุ์ในสายพันธุ์เดียวกัน เขาได้เขียนไว้ว่า“ ความก้าวหน้าที่ได้รับได้ช่วงหลายปี ที่ผ่านมานี้มีความพิเศษอย่างมาก งานนิทรรศการในวันอาทิตย์ประสบความสำเร็จมากเสียจนหลายคน รู้สึกเสียดายที่งานได้จบลงและไม่ได้มีการจัดงานต่อถึงวันรุ่งขึ้น ผู้คนอยากที่จะกลับไปเห็นกลุ่มสุนัขที่ได้ถูกนำ มาแสดง ซึ่งเต็มไปด้วยความสง่างาม และชื่นชมลักษณะที่โดดเด่นเกินใครของเหล่าบรรดาสุนัข สุนัขเหล่านี้ได้ถูกแบ่งออกเป็นสามจำพวกอย่างชัดเจน เริ่มด้วย พันธุ์ขนสั้นสีน้ำตาลแกมเหลืองหน้าดำพันธุ์ สีดำขนยาว และ พันธุ์ขนหยาบสีเทาขี้เถ้า แต่ทั้งหมดนี้ก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากเราไม่ได้มีการผสมพันธุ์สุนัข จากพ่อแม่ที่มีสายพันธุ์เดียวกัน หรือ หากผู้ผสมพันธุ์สุนัขลังเลที่จะผสมพันธุ์สุนัขจากสายพันธ์หรือครอบครัว เดียวกันในเชิงมานุษยวิทยาการทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการผิดศีลธรรมที่ค่อนข้างจะรุนแรง แต่การผสมพันธุ์สุนัข ที่มีสุภาพแข็งแรงและมีความเกี่ยวข้องถือเป็นพี่เป็นน้องกันนั้นกลับให้ผลลัพธ์ที่โดดเด่นมากใน zootechnics. หากเทียบกันกับพันธุ์ดั้งเดิมอย่างคอลลี่( Collie) หรือ บาร์ซอย(Barzoi) และ gun dogs สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยมเชพเพิร์ด นั้นมีความเป็นมาที่ธรรมดาและใช้เวลาระยะหนึ่งในการตั้งสายพันธุ์ สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยมเชพเพิร์ดตัวแรกที่ได ้รับเข้าบันทึกใน หนังสือ The LOSH stud book ด้วยหมายเลข5847 คือ วอส (Vos) ที่มีขนสีน้ำตาลแกมเหลืองและ มีหน้าสีดำ วอสเกิดในปีพ.ศ.2440 และเป็นพ่อของดิววิท (Dewet) หนึ่งในเสาหลักของสายพันธุ์มาลินัวส์(Malinois) ในปีพ.ศ. 2441 ได้มีการให้สีเฉพาะกับ พันธุ์ขนหยาบ และในปีพ.ศ.2442 สำหรับ พันธุ์ขนสั้นและขนยาว: สีดำ สำหรับพันธุ์ขนยาวสีน้ำตาลแกมเหลือง หน้าสีดำและ overlay สำหรับพันธุ์ขนสั้นสีเทาขี้เถ้าเข้ม สำหรับพันธ ุ์ขนหยาบหลายคนไม่เข้าใจว่าเหตุใดสีอื่นๆถึงไม่ได้รับการเลือก ทำไมสีน้ำตาลแกมเหลืองซีด สีอิซาเบล (isabel) และขนสั้นสีดำจึงไม่น่าสนใจ สุนัขพันธุ์ดีที่สีของขนไม่สอดคล้องกับมาตรฐานหลายตัวถูกขับออกจาก งานแสดง ความไม่พอใจที่เกิดขึ้นจากเรื่องนี้ยังคงเป็นปัญหาถึงทุกวันนี้ สุนัขพันธุ์ดีจำนวนมากที่มีขนสีต่างไป จากเกณฑ์มาตรฐานถือว่าไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมนี่เป็นสาเหตุที่เราไม่เห็น สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยม เชพเพิร์ด สีน้ำตาลแกมเหลืองทั้งขนยาว และขนสั้น รวมถึงสุนัขพันธ์มาลินัวส์ที่มีขนสีน้ำตาลแกมเหลืองซีดและผิวใต้ ขนสีขาว ในงานแสดงสุนัขในช่วงเดียวกันนี้ กลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขพันธ์เบลเยี่ยมเชพเพิร์ดได้ก่อตั้งสโมสร Berger Belge Clubสโมสรนี้ได้จัดงานแสดงสุนัขครั้งแรกที่เมืองเลเก้น ( Laeken) เป็นการอุทิศให้กับสุนัขตัวแรกที่ตกอย ู่ภายใต้หลักการเรื่องสี สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยมเชพเพิร์ดขนหยาบสีน้ำตาลแกมเหลือง(fawn) ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่า เลเก้นนัวส์ (Laekenois).สโมสร Berger Belge Clubได้รับการก่อตั้งขึ้นในวันที่18 กรกฎาคม พ.ศ.2441 ที่เมืองเลเก้น(Laeken) และได้รับการแต่งตั้งเป็น Royal Berger Belge Club ในวันที่สโมสรครบรอบยี่สิบห้าปีหลายปีต่อมาหลังจากการก่อตั้งสโมสร Berger Belge Club ได้เกิดการแบ่งแยกในโลกของสุนัขพันธุ์เบลเยี่ยน สมาคม Société Royale Saint-Hubert ได้เข้มงวดกับการดูแลสโมสรพิเศษต่างๆมากเกินไป หน้าทีของคณะกรรมการที่ดูแล การผสมพันธุ์รวมถึงการตัดสินใจโดยไม่รับฟังการอุทธรณ์ใดใด อาทิเช่นในปี พ.ศ. 2447 จดหมายจากสมาคม Soci?t? Royale Saint-Hubert ถึง ฝ่ายMalines Section ได้แสดงความเสียใจที่ไม่สามารถให้ใบประกาศนียบัตร ผู้ชนะ จากการที่เรื่องนี้เป็นที่ทราบกัน สหพันธ์สมาคมสุนัขแห่งเบลเยี่ยม (F?d?ration des Soci?t? s Canines de Belgique ) จึงได้รับการก่อตั้งขึ้น ที่เมือง บรัสเซลส์ ในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2448 สหพันธ์มีอำนาจครอบครอง และรักษาสตัดบุค(studbook) ในนามของ”Livre des Origines Belge” หรือเรียกสั้นๆว่า LOB ในการประชุม ในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2448 ฝ่าย Malines Section ของ สโมสร Club du Chien de Berger Belge ได้ตกลง ที่จะอยู่ภายใต้ สมาคม Soci?t? Royale Saint-Hubert และขอลาออกจากการเป็นสมาชิกของสโมสร Club du Chien de Berger Belge ฝ่าย Malines Section ได้เป็นเอกเทศในนามของสมาคม'Soci?t? du Chien de Berger Belge' ได้เข้าร่วมในโครงการ การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นโดย the Union Canine d'Anvers (Soci?t? Royale Saint-Hubert) ในวันที่ 15 ถึงวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2450ชื่อ มาลินัวส์ (Malinois) , เกรเนนเดล(Groenendael) , เทอเวอเรน (Tervueren)หรือ เลเก้นนัวส์(Laekenois) ยังไม่ได้ถูกใช้ในรายการชื่อหรือรายชื่อรางวัลในงานแสดงสุนัขครั้งนี้ สองปีต่อมา ชื่อ เกรเนนเดล (Groenendael) และ มาลินัวส์ (Malinois) ได้รับการใช้อย่างเป็นทางการ ว่าด้วยเรื่องสีที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อประเภทของขนได้ถูกตีพิมพ์ในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2442 ในบทความ จากวารสารรายสัปดาห์ “Chasse et P?che” เนื้อความที่เป็นทางการในยุคของ"Club du Chien de Berger Belge" ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2457 สมาคมสุนัขพันธ์มาลินัวส์ (the Soci?t? Canine Malinoise) ( ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2456) ได้จัดงานแสดงสุนัขครั้งที่สองในเมืองMalines ภายใต้การอุปถัมภ์ของ สมาคม the Soci?t? Royale Saint-Hubert.รายชื่อที่อยู่ในการแสดงหกชุดของสุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดมีดังนี้ การแสดงที่ 1 : สุนัขพันธุ์มาลินัวส์(Malinois) เชพเพิร์ด การแสดงที่ 2 : สุนัขพันธุ์เกรเนนเดล(Groenendael) สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดสีดำขนสั้น การแสดงที่ 3 : สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดสีน้ำตาลแกมเหลืองขนยาว สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดสีเทาขี้เถ้า ขนหยาบ สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดสีน้ำตาลแกมเหลืองขนหยาบผลจากการใช้งานในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2455 สมาคมRoyale Saint-Hubert ได้เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์ F?d?ration Cynologique Internationale หรือ F.C.I 6. วิวัฒนาการของมาตรฐานนี้ได้นำมาปรับใช้โดยสโมสร Club du Berger Belge ในปี พ.ศ.2452 และมาตรฐานนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในฉบับที่สองของหนังสือ ‘Chien de garde, de d?fense et de police' ซึ่งเขียนโดย โจเซฟ คูปเปล (Joseph Couplet) ผู้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของสโมสร du Chien de Berger Belge ในการประชุมสามัญ (General Meeting) ของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2451 สโมสร Club du Chien de Berger Belge ได้พิจารณาให้สนธิสัญญาระหว่าง สหพันธ์และสมาคม Soci?t? Royale Saint-Hubert ไม่มีผลในการใช้อีกต่อไป การหยั่งเสียงมหาชนออกมาว่าถึงแม้คนส่วนมากตกลงยอมรับในพันธมิตร ข้อตกลงสามารถใช้การได้ในกรณี ได้มีการส่งไปที่สโมสรของทางสหพันธ์เท่านั้นในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2451 ตัวแทนของสหพันธ์ F?d?ration des Soci?t?s Canines de Belgique ได้รวมตัวกันเพื่ออภิปรายการเรื่องล้มเลิกสหพันธ์ กลุ่มของผู้คัดค้านได้จัดงาน แสดงสุนัขในวันที่ 13 ถึง 15 มิถุนายน ในเมืองบรัสเซลส์ ที่สวน Parc du Cinquantenaire โดยมีสุนัข 377 ตัวเข้าร่วม ในงาน งานนี้เป็นงานแรกที่สโมสร Kennel Club Belge ที่เพิ่งตั้งขึ้นเพียงไม่นานจัดขึ้นในระหว่างที่มีการชุมนุม ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2452 สโมสร Club du Chien de Berger belge ตัดสินใจที่จะไม่เข้าร่วมสโมสร Belgian Kennel Club หรือ B.K.C. แต่เลือกที่จะเป็นเอกเทศภายใต้รูปแบบทางกฎหมายของProfessional Union คะแนนเสียงให้ฝ่ายพันธมิตรของB.K.C. การชุมนุมครั้งนี้ตกลงรับแนวคิดให้สุนัขขนยาวสีน้ำตาลแกมเหลือง เป็นอีกหนึ่งพันธ์ที่ผ่านการยอมรับในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2454 สโมสร the Club du Chien de Berger Belge ได้จัดงานแสดงสุนัขนานาชาติขึ้นเป็นครั้งที่ 20 ที่ Palais du Cinquantenaire ในเมืองบรัสเซลส์รายการได้กล่าว ถึงการเข้าร่วมของการแสดงสี่การแสดงที่ได้รับความสนใจในชื่อต่างๆดังนี้ี้ 1.
สุนัขเบลเยี่ยนเชพเพิร์ดสีดำขนยาว ( เกรเนนเดล) (Groenendael) ในงานแสดงสุนัขของสโมสร Kennel Club Belge ในปี พ.ศ.2455 สุนัขขนสั้นสีดำจำนวนหนึ่งได้ แสดงตัวในงาน เช่นกันในปี พ.ศ. พันธ์ขนหยาบสีเทาขี้เถ้าได้ถูกแทนที่ด้วยพันธ์ขนหยาบในทุกสีวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2453 ได้มีการก่อตั้งสโมสร Groenendael Club ขึ้น จุดประสงค์ของสโมสรนี้คือการทำให้สุนัขพันธ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ด สีดำขนยาวเป็นที่รู้จักมากขึ้นสโมสร Groenendael Club เป็นผู้ริเริ่มระบบการให้สายพันธ์ที่แท้(pedigree) ตุลาคม พ.ศ.2453การแสดงมากมายของสุนัขเบลเยี่ยนเชพเพิร์ดได้รับการเข้าร่วม รายการจากงานแสดง สุนัขต่างๆอาทิเช่น งาน "Soci?t? Royale Saint-Hubert" Internationals ในปี พ.ศ.2466 และ พ.ศ.2467 งานแสดงสุนัขของสโมสร"Royal Kynos Club Li?geois" ในปี พ.ศ.2467 และ งานแสดงสุนัขของสโมสรมาลินัวส์ ์(Malinois Club) ในปีพ.ศ.2468 ได้ทำรายการของสุนัขเชพเพิร์ดไว้ 8 สายพันธุ์ดังนี้ ข้อตกลงของการทบทวนอนุสัญญาเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2471 จากที่มาเหล่านี้ วันนี้เราจึงมีสายพันธุ์ ที่น่าจับตามอง มาลินัวส์ , สุนัขพันเบลเยี่ยนเชพเพิร์ดขนสั้นที่มีตั้งแต่สีน้ำตาลแกมเหลืองจนถึงสีแดงเข้ม หรือสีน้ำตาลและมีหน้าสีดำ มาตรฐานของสายพันธ์นั้นแตกต่างและหลากหลายตามสังคมและที่ตั้ง โดยเฉพาะในสี แต่ในช่วง 120 ปี ที่ผ่านมาความเปลี่ยนแปลงมากมายก็เกิดขึ้นเช่นกัน เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งของความหลากหลายที่มีนั้นได้ถูก อธิบายโดย ชอง มารี วอง บูเซล (Jean marie Van Butsele) ในข้อความข้างล่างนี ในปี พ.ศ.2463 หลังจากความเสียหายที่เกิดขึ้นในสถานรับเลี้ยงสุนัขต่างๆช่วงสงครามในปีพ.ศ.2457-2461 ซึ่งได้กวาดล้าง สุนัขพันธ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดของเราไปอย่างนับไม่ถ้วน สุนัขที่มีสีเหมือนกันและประเภทขนแบบเดียวกันก็ได้รับ การยกเว้นให้ผสมพันธุ์กันได้ การผสมพันธุ์ระหว่างสุนัขพันธุ์ขนสั้นและขนหยาบก็ได้รับการอนุญาติเช่นกัน การผสมพันธุ์บางกรณียังคงถือเป็นข้อห้ามอยู่ ( เช่นการผสมพันธุ์ระหว่าง พันธุ์ขนยาวและขนสั้น) ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่2 ในปี พ.ศ.2488 การจับคู่ผสมพันธุ์ที่แสดงให้เห็นข้างล่างนี้ได้รับการอนุญาติ ให้เกิดขึ้นได้ 1) พันธุ์ขนสั้นและขนยาว
2) พันธุ์ขนสั้นและขนหยาบ 3) การจับคู่พันขนหยาบสีต่างๆ 4) การจับคู่พันขนยาวสีต่างๆ โอ บรีน (O’Breen) ตั้งข้อสังเกตุว่า การจับคู่สุนัขพันธุ์ขนยาวและขนสั้นในการเพิ่มจำนวนของสายพันธุ์ เทอเวอเรน(Tervueren) นั้น ผลที่ได้รับมักจะไม่ค่อยน่าพอใจ ในเรื่องของสีของตาที่ออกมาซีดเกิดไป ซึ่งแน่ว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีของการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ แต่นี่เป็นประเด็นที่น่าให้ความสนใจในเรื่องของตระกูลของมัน ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่การหลีกเลี่ยงการมีสุนัข ที่มีความยาวของขนกึ่งสั้นกึ่งยาวและการที่ไม่ได้รับการดูแลจากผู้ที่มีประสบการณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2517 เป็นต้นมา การผสมพันธ์ข้ามสายพันธุ์ที่ต่างกันก็ได้ถูกกำจัดไปในที่สุด และสุนัขขนสั้นสีดำก็ไม่เป็นที่จดจำอีกต่อไป ในมุมกลับกัน เริ่มจากวันที่ 1 มกราคม ปี พ.ศ.2522 เดียวกันนั้น จากกฎของสหพันธ์ F?d?ration Canine Internationale ( หรือ F.C.I.) การผสมพันธุ์ที่มีความหลากหลายข้ามสาย พันธุ์ที่มาจากCACIB ถือเป็นเรื่องต้องห้ามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาการประชุมเสริมต่างๆได้ถูกจัดขึ้นในปี พ.ศ.2527 และพ.ศ.2534 แต่สำหรับในปี พ.ศ.2550 มีสุนัขเบลเยี่ยนเชพเพิร์ดเพียง 4 สายพันธุ์เท่านั้นที่ได้รับการยอมรับ โดยนำมาจากข้อมูลของF.C.I เพื่อใช้ในการอ้างอิงลักษณะภายนอกโดยทั่วไป : เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดเป็นสุนัข ขนาดกลาง มีขนาดที่เหมาะสมลงตัวรวมถึงความสง่างามและพลัง กล้ามเนื้อแข็งแรงและแห้ง สามารถอยู่ได้ ในบริเวณที่จำกัด มีความธรรมดา เคยชินกับชีวิตกลางแจ้งและเหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่มีความหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงบ่อยของประเทศเบลเยี่ยมด้วยความลงตัวของรูปร่างและหัวที่เชิดขึ้น สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยน เชพเพิร์ดสร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นในความแข็งแรงอันสง่างา มซึ่งได้กลายมาเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมา ของตัวแทนที่ได้รับการเลือกในการผสมพันธุ์ ผู้ที่จะตัดสินสุนัขพันธ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดจึงมักจะมองที่ท่ายืน ตามธรรมชาติโดยปราศจากการสัมผัสจากผู้ดูแล สัดส่วนที่สำคัญ : สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ด สามารถอยู่ในที่ที่จำกัด The chest is let down to the level of the elbows. ความยาวของส่วนปากและจมูกเท่ากัน กับหรืออาจยาวกว่าความยาวของส่วนหัวเล็กน้อยพฤติกรรม / นิสัยใจคอ : สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดเป็น สุนัขที่มีความระวังระไว คล่องแคล่ว และเต็มไปด้วยความพลังงาน พร้อมที่จะกระโจนสู่กิจกรรมต่างๆอยู่เสมอ นอกจากธรรมชาติของเบลเยี่ยนเชพเพิร์ดที่มีทักษะในการดูแลฝูง มันยังได้ชื่อว่าเป็นสุนัขรักษาความปลอดภัย ที่ดีที่สุดอีกด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเบลเยี่ยนเชพเพิร์ดเป็นผุ้อารักขาเจ้าของที่ดีเยี่ยม กล่าวไปแล้ว เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดได้รวมคุณสมบัติที่จำเป็นของสุนัขเลี้ยงแกะ ผู้ดูแลและปกป้อง รวมถึงสุนัขรับใช้ไว้ด้วยกัน ความมีชีวิตชีวา ธรรมชาติที่ตื่นตัวและมั่นใจ ไม่แสดงความตื่นกลัวแต่ก็ไม่ก้าวร้าว ได้แสดงให้เห็นในท่าทาง การยืน และ สายตาที่บ่งบอกถึงความใส่ใจและตั้งใจของเบลเยี่ยนเชพเพิร์ด หากเราจะตัดสินสุนัขพันธุ์นี้เราควร พิจารณาถึงอารมณ์ที่สงบนิ่งและความกล้าหาญของมัน ลักษณะของหัว : หัวเชิดขึ้น ความยาวพอเหมาะ มีลักษณะเป็นเส้นตรง โครงหน้าโดดเด่น ส่วนของกระโหลกและส่วนปากและจมูกมีความยาวที่ใกล้เคียงโดยมีีแนวแทยงที่ลงมารับกับส่วนของจมูกและปากได้อย่างดีซึ่งทำให้ลักษณะโดยรวมของส่วนหัวมีความสวยงาม ที่ลงตัวบริเวณกระโหลก:สัดส่วนความกว้างพอเหมาะกับความยาวของหัว หน้าผากเรียบแบนส่วนหน้าไม่ชัด เจนมากนักคู่ขนานไปกับส่วนของปากและจมูก ส่วนท้ายทอยยื่นออกมาเล็กน้อย คิ้วและส่วนโค้งของกระดูก แก้มไม่โดดเด่นดั้งจมูก: มีมุมหักพอสมควรบริเวณใบหน้า: จมูก: สีดำ. ขากรรรไกรปากและจมูก: ความยาวปานกลาง มีโครงที่สวยได้รูปด้านใต้ของตา แคบลงมาเล็กน้อยถึงส่วนของจมูกเหมือนรูปลิ่มที่ยาว ออกมา ส่วนดั้งยาวตรงและคู่ขนานไปกับเส้นของหน้าผาก ส่วนของปากมีการแยกที่เหมาะสม เมื่อเปิดปากรอย ประสานของส่วนริมฝีปากจะถูกดึงกลับไปด้านหลัง ขากรรไกรแยกกันอย่างได้รูปปาก : บาง แข็งแรง ริมฝีปาก ตึงสีดำขากรรไกร/ ฟัน: ฟันขาวแข็งแรงเรียงอย่างสม่ำเสมอและสวยงามในขากรรไกรที่ได้รูป ขบแบบกรรไกร และขบแบบเสมอซึ่งเป็นที่ชื่นชมกันในหมู่คนเลี้ยงสัตว์ ก็ได้รับการยอมรับ จำนวนและลักษณะการขึ้นของฟันมี ีความสมบูรณ์ตามมาตรฐาน ฟันกรามหน้า (2 P1) ที่หายไปและ ฟันกราม (M3 ) ไม่ถูกนำมาพิจารณา แก้ม : แห้งและค่อนข้างแบน แต่มีกล้ามเนื้อ ตา: ขนาดกลางไม่ถลนและไม่กลวงโบ๋ รูปร่างรีคล้ายถั่วแอลมอนด์ ลาดเอียงเล็กน้อย สีน้ำตาล ออกไปทางเข้ม ขอบหนังตาสีดำ นัยน์ตาแสดงความแน่นอน มีชีวิตชีวา และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ
คอ :ลักษณะโดดเด่น ยาวออกมาเล็กน้อย ตั้งตรง กล้ามเนื้อสวยและแข็งแรง ความกว้างสอดคล้องกับส่วน หัวไหล่ โดยไม่มีเหนียง หลังคอมีลักษณะโค้งได้รูป ไม่มากจนเกินไปหน้าอก: ค่อนข้างกว้างแต่ลาดลงอย่างพอเหมาะ ซี่โครงส่วนบนมีลักษณะโค้ง หากมองจากส่วนหน้าของหน้าอกจะเห็นว่ามีความกว้างในระดับหนึ่ง แต่ไม่แคบจนเกินไป โค้งของเส้นและกล้ามเนื้อที่สวยงาม หรือยาวกว่าเล็กน้อย หางลักษณะตกลงและปลายงอนขึ้นในระดับเดียวกับข้อเท้า หางจะยกสูงขึ้นเมื่อมี การเคลื่อนไหว although without passing the horizontal, the curve towards the tip becoming more accentuated,without ever at any time forming a hook or deviation. ส่วนขา ขาส่วนบน : ความยาวขนาดกลาง กว้างและกล้ามเนื้อแข็งแรง และมีสีเข้มท่าทางการเดิน / การเคลื่อนไหว:ท่าทางการเดินมีชีวิตชีวาและเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดเป็นพันธุ์ที่วิ่งกระโดดได้อย่างรวดเร็ว แต่การเคลื่อนไหวตามปกติของพวกมันคือ การเดินและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งเหยาะๆ; ขาทั้งสี่เคลื่อนที่อย่างคู่ขนานไปกับแนวราบของลำตัว เมื่อความ เร็วเพิ่มขึ้นเท้าทั้งสี่จะเลื่อนมาชิดกับส่วนกลางลำตัวมากขึ้น เมื่อวิ่งเหยาะตำแหน่งของเท้าก็จะอยู่ในระดับปกติ การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและธรรมชาติที่มาจากแรงของขาหลัง ส่วนบนของลำตัวยังคงได้รูปใน ขณะที่ขาหน้าไม่ยกสูงจนเกินไป สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดมักจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาโดยไม่เหน็ดเหนื่อย การย่างก้าวของพวกมันเป็นไปอย่างว่องไวและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอสุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ด สามารถรับมือ กับการเปลี่ยนทิศทางกระทันหันในขณะที่อยู่ในความเร็วสูงได้อย่างไม่มีปญหา ด้วยความที่สุนัขพันธุ์เบลเยี่ยน เชพเพิร์ดมีลักษณะที่ร่าเริง และ ชอบที่จะพิทักษ์และอารักขา มีความไปได้อย่างมากที่มันมักจะเดินเป็นวงกลม และความหลากหลาย: เนื่องจากว่าขนชั้นนอกของสุนัขพันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ดนั้นมีความหลากหลาย ในด้านความยาว ทิศทางการเรียงเส้น ลักษณะภายนอกรวมถึงสี มันจึงกลายมาเป็นเกณฑ์ในการแยกประเภท ของสุนัขทั้ง 4 สายพันธุ์ ดังนี้ : เกรเนนเดล ( the Groenendael ) , เทอร์เวอเรน ( the Tervueren), มาลินัวส์ ์(the Malinois ) และ เลเก้นนัวส์ (the Laekenois) สุนัขทั้งสี่สายพันธุ์นี้จะถูกตัดสินแยกกันและแต่ละพันธุ์ก็จะได้รับ ชื่อ C.A.C., a C.A.C.A.B. หรือ a reserve title. A. ขนยาว: ขนจะสั้นบริเวณหัว ด้านนอกของหู และขาส่วนล่าง ยกเว้นส่วนด้านหลังของขาหน้าซึ่งมีขนยาวนุ่ม จากข้อศอกมาจนถึงข้อเท้าเรียกว่าFringesในส่วนของลำตัวขนจะยาวและนุ่มกว่า ขนจะเยอะกว่าในบริเวณคอ และอกซึ่งทำให้มีลักษณะเหมือนคอเสื้อผู้หญิงที่มีลักษณะเป็นระบายหรือผ้ากันเปื้อน The opening of the air is protected by thick tufts of hair. From the base of the air the hair is upright and framesthe head. ส่วนหลังของขาจะมีขนมากจนมีลักษณะเป็นกระโปรงที่สะโพก ส่วนหางมีขนยาวหนามีลักษณะเหมือนขนนกเกรเนนเดล(The Groenendael )และเทอร์เวอเรน(the Tervueren ) เป็นพันธุ์ขนยาว
ขนจะสั้น ส่วนหางและคอนั้นจะมีขนเยอะกว่าส่วนอื่นๆซึ่งทำให้มีลักษณะเหมือนปกคอเสื้อผู้หญิงที่เป็นระบาย เริ่มจากโคนหูยาวมาจนถึงคอ ด้านหลังของขาทั้งสี่ก็ปกคลุมไปด้วยขนที่ยาว หางนั้นมีรูปร่างเหมือนรวงข้าว แต่ไม่มีลักษณะเป็นขนนกสุนัขพันธุ์มาลินัวส์เป็นพันธุ์ขนสั้น
ส่วนของลำตัวขนจะมีความยาวประมาณ 6 ซ.ม. แต่จะสั้นกว่าในส่วนบนของปาก(muzzle) หน้าผากและขา ขนบริเวณรอบดวงตาและบริเวณปาก(muzzle) ไม่ควรจะยาวเกินไปจนบดบังรูปร่างของส่วนหัว แต่ขนบริเวณ ปาก(muzzle) นั้นก็จำเป็นจะต้องมีอยู่พอสมควร หางไม่ควรมีลักษณะฟูเป็นขนนกสุนัขพันธุ์เลเก้นนัวส์เป็นพันธ์ ุ์ขนหยาบ และล้อมรอบส่วนบนและล่างของปาก มุมปาก และหนังตา เป็นสีดำกลืนกัน ข้อจำกัดอย่างน้อยที่สุดของ ตำแหน่ง 6 จุดดังนี้ซึ่งสีผิวจะต้องมีสีดำตามกำหนด เริ่มจาก หูทั้งสองข้าง, หนังจาด้านบนทั้งสองข้างและ ริมฝีปากทั้งบนและล่าง
เป็นสีพื้นฐานของมัน ส่วนที่เป็นสีดำนี้ is in any case “flamed” และจะต้องไม่เป็นปื้นหรือเป็นลาย(brindle) ในพันธุ์เลเก้นนัวส์ (Laekenois) เงาสีดำจะเห็นได้ชัดกว่าเกรเนนเดล(Groenendael): สีดำเหมือนกันหมด อย่างไรก็ตาม สีน้ำตาลแกมเหลืองที่มี overlay สีดำก็ยังได้รับความนิยมมากกว่าแบบอื่น สีน้ำตาลแกมเหลือง (fawn) ต้องมีความเข้มที่สม่ำเสมอไม่ซีดหรือจาง สุนัขตัวใดที่มีขนชั้นนอกเป็นสีอื่นนอกเหนือจากสีน้ำตาล แกมเหลืองที่มี overlay สีดำ หรือ ความเข้มของสีไม่ได้ตามมาตรฐาน ก็ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มชั้นยอด มาลินัวส์ (Malinois): สีน้ำตาลแกมเหลืองที่มี overlay สีดำ และ mask สีดำเท่านั้น เลเก้นนัวส์(Laekenois): สีน้ำตาลแกมเหลืองที่มีร่องรอยของoverlay สีดำซึ่งปรากฎให้เห็นส่วนมากในบริเวณ ปาก(muzzle) และหาง
น้ำหนัก: ตัวผู้ จะหนักประมาณ 25-30 กก. ตัวเมีย จะหนักประมาณ 20-25 กก. สัดส่วน: ความสูง 62 ซม.สัดส่วนปกติเทียบกับสุนัขตัวผู้พันธุ์เบลเยี่ยนเชพเพิร์ด
ข้อบกพร่อง :คุณสมบัติที่ต่างออกไปจากข้อที่กล่าวมานั้นถือเป็นข้อบกพร่อง ความรุนแรงของแต่ละข้อบกพร่องควรจะ เป็นสิ่งที่นำมาพิจารณาประกอบ
เกรเนนเดล( Groenendael) และเทอร์เวอเรน(Tervueren) : ขนหยิก เป็นคลื่น และเป็นปุยคล้ายขนแกะ;ขนสั้นเกินไป. หรือเป็นคลื่น ขนยาวเกินไปในบริเวณตาหรือคาง หางเป็นพุ่ม
เกรเนนเดล (Groenendael) : รอยแต้มสีแดงบนขนชั้นนอก; สีเทาบริเวณสะโพก กระจายตามลำตัว not enough mask. สีพื้นที่อ่อนเกินไป, ถือเป็นข้อบกพร่องที่สำคัญ
ข้อบกพร่องที่ทำให้ขาดคุณสมบัติ :
N.B. : สุนัขตัวผู้ควรจะมีลูกอัณฑะสองอันและอยู่ในถุงอัณฑะที่สมบูรณ์ การผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ ( Cross Breeding) : ยกเลิกโดยคณะกรรมการการผสมพันธุ์อย่างเหมาะสมและเป็นทางการ ( ข้อความ 1974, จัดทำขึ้นในกรุงปารีส). ความสับสนระหว่างสุนัขใช้งานในการกีฬาและสุนัขอารักขา เป็นความคิดเห็นของทางเรามิใช่การตัดสินที่แน่ชัดอย่างใดและไม่ใช่ข้อสรุปอธิบายสุนัขใช้งานในการกีฬา แต่เป็นข้อมูลโดยย่อเพื่อชี้ความต่างระหว่างสุนัขใช้งานในการกีฬาและสุนัขอารักขากีฬาหรือการฝึกสุนัข ใช้งานเพื่อกีฬาที่เป็นที่รู้จักกันนั้นมีอยู่มาก อาทิเช่น Schutzhund (IPO คือ การวัดระดับนานาชาติที่เทียบเท่ากับ Schutzhund) KNPV the Dutch Police sports system, มอนดิโอ ริง (Mondio Ring), เบลเยี่ยน ริง (Belgian Ring) เฟรนช์ ริง (French Ring) และ PSA ในสหรัฐอเมริกาการฝึกต่างๆนี้ถูกเรียกว่ากีฬาซึ่งมันก็ถือว่าเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ในการฝึกหลายๆรูปแบบ มักจะมีขั้นตอนที่เรียกว่า อารักขา (protection) บางด่านก็จะเข้มงวดมาก แต่ ส่วนมาก อย่างเช่นใน การฝึกแบบ Schutzhundบรรดาสุนัขมักจะเห็นเป็นการเล่นมากกว่าในกีฬา Schutzhund สุนัขจะถูกฝึกให้มุ่งไปที่ปลอกแขน และมักจะเป็นจุดสำคัญจุดเดียวที่สุนัขมักจะให้ความสนใจ การแข่งขันของ Schutzhund มีรากฐานอยุ่บนรูปแบบที่เข้มงวด การประเมิณจะมีตลอดการแข่งขันโดยจะดูที่ลักษณะบางประการ อาทิเช่น ความกล้าหาญ ความสามารถในการกัด การเชื่อฟัง และการแสดงออกทางอารมณ์ของสุนัขโดยทั่วไป ไม่ใช่ความคิดเห็นของเราในเรื่องการแข่งขันสุนักอารักขากีฬาของ KNPV มีความคล้ายกันกับการฝึกสุนัข อารักขามากกว่าในหลายๆด้านแต่ ก็ยังถือเป็นกีฬาอยู่ วิธีการHandling อย่างเช่น การ heeling ยังเข้มงวดน้อย กว่ากีฬาของ Schutzhund โดยทั่วไปแล้วจะมุ่งไปที่การทำให้สำเร็จมากกว่าจะเน้นที่รูปแบบหรือสไตล์การทำ อย่างของ Schutzhundกีฬาของ KNPV แสดงให้เห็นความสามารถของสุนัขในหลายๆทางที่คล้ายกับกีฬาของ Schutzhund แต่ในด่านอารักขา จะเน้นความกระฉับกระเฉงมากกว่าความแตกต่างในด้านอื่นๆก็ยังคงมีให้เห็น อย่างเช่น ในการตามรอย ของ Schutzhund จะ ยุ่งยากซับซ้อนกว่า KNPV ในขณะที่ KNPV จะแสดงถึง การออกกำลังกายที่สมจริงและจริงจังมากกว่า การว่ายน้ำ และ การเรียกตัวกลับจากการเข้าโจมตีก่อนที ี่จะกัด อย่างไรก็ตามสุนัขที่ได้รับ KNPV PH1 นั้นไม่ถือเป็นสุนัขตำรวจมอนดิโอ ริง (Mondio Ring) เบลเยี่ยน ริง (Belgian Ring) และกีฬาอื่นๆมีการโจมตีและด่านอารักขาที่รุนแรงกว่าและไม่ค่อยมีการเบน ความสนใจไปสู่สิ่งอื่น การฝึกเหล่านี้น่าสนใจและท้าทายมากสำหรับทั้งสุนัขและผู้ดูแล อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็น เพียงกีฬาผู้คนมักจะเข้าใจแนวคิดหลักในเรื่องของสุนัขใช้งานและสุนักอารักขาแบบผิดๆ ผู้คนที่ไม่ได้คลุกคลีในวงการกีฬาของสุนัขใช้งานมักจะกลัวเวลาต้องมาเผชิญหน้ากับสุนัขใช้งานที่ได้รับ การฝึกเพื่อการกีฬาโดยคิดไปว่ากำลังเผชิญหน้ากับสุนัขที่พร้อมจะโจมตีเมื่อสุนัขได้รับการฝึกในด้าน การอารักขา มันจะมีความสามารถในหลายๆด้านของกีฬาต่างๆที่ได้กล่าวมา แต่ประเด็นที่มุ่งเน้นมิได้อย ู่ที่รูปแบบ เท่ากับอยู่ที่การควบคุมความสามารถของสุนัขในการทำภารกิจให้สำเร็ว ภารกิจที่ว่านั้นแตกต่างกันไปตามความต้องการของเจ้าของหรือผู้ดูแลสุนัข สุนัขตำรวจและสุนัขทหารจะได้รับการฝึกเพื่อภารกิจที่ต่างออกๆไปเราควรนึกได้ว่า การฝึกสุนัขอารักขาเพื่อการกีฬานั้นมักจะยากกว่า การฝึกสุนัขใช้งานเพื่อมาเป็นสุนัขอารักขา เมื่อเป็นเช่นนั้น บรรดาสุนัขอารักขาก็ไม่สามารถจะเข้าสู่วงการการกีฬา (sports career) ได้ เราได้เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ในเว็บไซต์แล้วว่า ก่อนที่จะก่อตั้งบริษัทสยาม คราวน์ ขึ้นมานั้น เราได้คำนึงถึงชาติกำเนิดของสุนัขที่เราจะนำมาเลี้ยงและคาดคำนวณถึงการผสมพันธุ์ที่จะมีขึ้นไว้เป็นอย่างดี เมื่อคิดถึงการผสมพันธุ์ เราได้ตั้งใจไว้ว่าจะหาวิธีที่จะถ่ายทอดคุณลักษณะเด่นจากสุนัขรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง โดยเน้นความมั่นคงทางอารมณ์ ความแข็งแรงบึกบึน การกัดที่มีประสิทธิภาพ การเชื่อฟังคำสั่ง ความสามารถ ในด้านต่างๆ การมี ball drive ที่สูง ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นส่วนสำคัญสำหรับการฝึกสุนัขให้ได้ผลในอนาคต และแน่นอน การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงในบรรดาสุนัขฝึกพันธุ์มาลินัวส์ที่ชนะการแข่งขันต่างๆ ทุกวันนี้ เราสามารถสืบสาวต้นตระกูลไปได้ถึงแชมป์เก่าในอดีต ชื่อสุนัขชื่อเดียวกันนี้มักปรากฏบนรายชื่อสายตระกูล ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่การรับรองว่าลูกสุนัขที่คลอดออกมาจะมีคุณสมบัติดีเยี่ยม แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าสุนัขรุ่นก่อนๆ นั้นมีความสามารถในการถ่ายทอดคุณลักษณะเด่นหลายประการจาก รุ่นสู่รุ่นได้ สุนัขที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือบรรพบุรุษของสุนัขในความดูแลของเรา รายชื่อนี้ยังไม่ใช่รายชื่อที่ สมบูรณ์โดยละเอียด แต่ก็สามารถแสดงให้เห็นภูมิหลังของสุนัขที่สยาม คราวน์ เลี้ยงไว้ได้ สุนัขตระกูล Elgos du Chemin des Plaines เป็นสุนัขสายพันธุ์เฟรนช์ มาลินัวส์ (French Malinois) ที่ชนะการ แข่งขันระดับโลก Mondio Ring, French Ring III และ Belgian Ring I นับจากปีพ. ศ. 2538 เป็นต้นมา มันอยู่ ในความดูแลของ Joefarm ศูนย์ฝึกสุนัขที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในประเทศเบลเยียม นอกเหนือจาก Elgos แล้ว ที่ศูนย์ฝึก Joefarm ยังผลิตสุนัขสายพันธุ์แชมป์ตัวอื่นๆ ออกมาอีกมากมาย สุนัขเหล่านี้จะมีขนาดตัวที่ กำลังพอดี ซึ่งบางคนบอกว่าแลดูสง่างามเสียด้วยซ้ำ และมีช่วงตัวที่สมส่วนมาก ว่ากันว่า Elgos ได้ให้กำเนิดสุนัขสายพันธุ์แชมป์เป็นจำนวนมากกว่าสุนัขตัวอื่นๆในโลก เราเองก็เชื่อเช่นนั้น Elgos เป็นที่เลื่องลือด้านการงับที่เหนียวแน่นอย่างแทบไม่น่าเชื่อ และได้ส่งต่อคุณสมบัตินี้ไปสู่ลูกหลานของมันด้วย Elgos มีฝีเท้าที่ปราดเปรียวมาก และมีความอดทนเป็นเลิศ
ของตระกูลนี้คือ การกัดที่นิ่งและไว ทักษะการตามกลิ่นที่ยอดเยี่ยม และความสามารถในการส่งต่อคุณลักษณะ เด่นไปยังรุ่นลูกสุนัขที่มีชื่อเป็นที่รู้จักของตระกูลได้ให้กำเนิดสุนัขแชมป์หลายตัวซึ่งต่อมามีทายาทเป็นสุนัขฝึกสำหรับการแข่งกีฬา หลากหลายประเภท สุนัขที่มีชื่อพบเห็นได้บ่อยๆ มีอาทิเช่น Kolos ซึ่งผ่านการแข่ง SchH III, IPO III, FH, Ring II France มาแล้ว ทั้งยังทำคะแนน Korung ได้เกือบเต็ม มันเป็นสุนัขแชมป์โลก และในการแข่งขัน Schutzhund ครั้งหนึ่งในปีพ. ศ. 2522 มันทำคะแนนได้ถึง 298 คะแนนโดยได้คะแนนเต็มจากการแข่งตามกลิ่นและแข่งคุ้มครองภัย พ่อของ G’Bibber คือ G’Vitou มันมีความแข็งกร้าวและห้วแข็งเป็นที่รู้จัก แต่ก็เป็นสุนัขพ่อพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมและได้ส่งต่อคุณสมบัติความกล้าหาญและการปกป้องภัยไปสู่รุ่นลูก นอกจากนี้ ยังมีสุนัขตระกูล Des deux Pottois อีกเป็นจำนวนมากที่สืบเชื้อสายมาเป็นสุนัขที่ประสบความสำเร็จ ในปัจจุบัน เช่น Eik โดยที่ยังคงคุณลักษณะเด่นที่เป็นที่ปรารถนาเอาไว้ ตระกูลสุนัขที่เป็นที่รู้จักอีกตระกูลหนึ่ง ก็คือ ตระกูล Du Boscaille ในประเทศเบลเยียม ซึ่งมีเจ้าของคือ Regis Lebon สุนัขสายนี้มีชื่อเรื่องความแกร่ง และบึกบึน ศูนย์ฝึก Perle de Tourbiere Kennel ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ผลิตสุนัขที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง L’arco and Othar สุนัขเหล่านี้เป็นต้นตระกูลของสุนัข KNPV หลายตัว สุนัข Perle de Tourbiere มีชื่อเรื่องความ เฉียบแหลม ความหัวดื้อเป็นบางโอกาสและฝีเท้าที่รวดเร็วอีกทั้งพละกำลังที่ดีโดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดตัว ที่ใหญ่ สุนัขสายนี้เป็นต้นตระกูลของสุนัขสายพันธุ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก สุนัขตระกูลถัดมาคือ Van de Vroomshoeve แห่งเนเธอร์แลนด์ มีเจ้าของคือ Bert Kikkertเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญด้าน การผสมพันธุ์และฝึกสุนัขเป็นอย่างดี สุนัขตระกูลนี้จึงได้รับการพัฒนาพันธุ์อย่างต่อเนื่องและได้ให้กำเนิด สุนัขที่มีความสามารถโดดเด่นทั้งในระดับ KNPV และ IPO จำนวนหลายตัวVan de Duvetorre เป็นศูนย์ฝึกสุนัขสัญชาติเบลเยียนที่ผลิตแชมป์การแข่งสุนัขหลายสายพันธุ์ที่โดดเด่นเรื่องขนาดตัว พละกำลัง ความอดทน และเชื่อฟังเจ้าของเป็นเลิศ สุนัขแชมป์ในยุคนี้มีหลายตัวที่อยู่ในสายพันธุ์ดังกล่าวหรือไม่ก็สืบเชื้อสายมาอีกต่อหนึ่ง สุนัขตระกูล Stoned Van de Duvetorreเป็นหนึ่งในสุนัขจากสายพันธุ์เดียวกันที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเนื่องจากเข้าแข้งขัน แชมเปี้ยนชิพระดับโลกถึง เจ็ดรายการ สุนัขตระกูลนี้ทำภารกิจการคุ้มครองภัยได้ยอดเยี่ยมจน เป็นที่กล่าวขาน ยังมีสุนัขตระกูล Van de Duvetorre อีกตัวหนึ่งที่มีชื่อเสียง คือ Turcodo สุนัขตระกูลสุดท้ายที่จะกล่าวถึงคือตระกูล Von Lowenfels แม้ว่าศูนย์ของเราจะมุ่งความสนใจ German Championship รายการต่างๆ สุนัขตระกูลนี้ได้รับการผสมพันธุ์มาอย่างดี และมีฝีเท้าเร็ว มีความกล้าหาญ และงับได้นิ่งและไว นับเป็นทรัพยากรอันมีค่าสำหรับโปรแกรมการผสมพันธุ์ทุกประเภท นอกจากสุนัขตระกูลต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีความโดดเด่นอีกมาก เราเพียงแต่ชี้ให้เห็นถึงสายพันธุ์ที่เรานำมาใช้เพาะพันธุ์สุนัขในโปรแกรมการผสมพันธุ์ของเราเท่านั้น ในการที่คุณจะเข้าใจความพิเศษของสุนัขพันธุ์มาลินัวส์ในความดูแลของสยาม คราวน์ นั้น เราอยากจะให้คุณได้ทราบถึงต้นกำเนิดของสุนัขของเราเสียก่อน ที่มาข้อความเว็บ Siamcrown |
|---|
. บริษัท เบสต์เพ็ทฟูดส์ จำกัด จัดจำหน่ายทั่วประเศ...![]()



" อาคารกมลสุโกศล ชั้น 13 เลขที่ 317 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทร.(ุ66)2-631-1303-5 Fax.(66)2-234-8058